ธอส.ชี้! ราคาที่ดินเปล่าก่อนพัฒนาในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล Q 4/64

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. เชื่อ! ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2564 มีค่าดัชนีเท่ากับ  339.0 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียงร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าราคาที่ดินยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว  ระบุ 5 อันดับราคาที่ดินย่านทำเลรถไฟฟ้าขยับแรง

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ มีข้อสังเกตว่า ภาพรวมสถานการณ์ของราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วงหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดในไตรมาส 2 ปี 2563 มาจนถึงไตรมาส 4 ปี 2564 ซึ่งถือว่าเป็นการแพร่ระบาดช่วงต้นของสายพันธ์โอมิครอน ทำให้ดัชนีราคาของที่ดินเปล่าฯในแต่ละไตรมาสเพิ่มขึ้นแบบชะลอตัวลง โดยเฉลี่ยเหลือประมาณร้อยละ 13.8 ต่อไตรมาสเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงต่อเนื่องกันถึง 6 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2563 อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิด การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  ต่อเนื่องกันถึง 4 ไตรมาส

ขณะที่การเปลี่ยนแปลงของไตรมาสเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 2.1 ต่อไตรมาส ยังเป็นการเพิ่มที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิด การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  ต่อเนื่องกันถึง 4 ไตรมาสเช่นกัน 

ภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงของดัชนีของราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลยังคงแสดงให้เห็นว่า แม้ว่ามีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 อยู่ก็ตาม ราคาที่ดินเปล่าฯ ก็ยังมีการเพิ่มขึ้น แต่เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง ซึ่งน่าจะเป็นผลจากปัจจัยสำคัญหนึ่งคือ ความคืบหน้าของการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่ใกล้จะแล้วเสร็จในปี 2565  ซึ่งในไตรมาสนี้โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับราคาเพิ่มขึ้นในบริเวณที่เป็นเส้นทางรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว บริเวณที่เป็นเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านเป็นหลัก และบริเวณเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

นอกจากนี้ จะสังเกตได้ว่าในไตรมาส 4 ปี 2564 นี้ ส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่อยู่ในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกที่ราคามีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น เนื่องจากมีรถไฟฟ้าหลายสายที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ใกล้จะแล้วเสร็จ อาทิ รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) มีความคืบหน้าการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 89.5 ที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากเป็นอันดับ 2  รถไฟฟ้าสายสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) มีความคืบหน้าการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 88.7 มีแผนว่าจะเปิดให้บริการในช่วงกลางปี 2565 โดยช่วงที่ 1 สถานีภาวนา-สถานีสำโรง และช่วงที่ 2 สถานีลาดพร้าว ซึ่งมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากเป็นอันดับ 3 และรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ขณะนี้มีความคืบหน้าการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 82.0 มีแผนว่าจะเปิดให้บริการในกลางปี 2565 โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ 1 สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ-สถานีมีนบุรี ช่วงที่ 2 สถานีชลประทาน-สถานีแจ้งวัฒนะ 14 – สถานีนพรัตนราชธานี และช่วงที่ 3 สถานีแคราย-สถานีศูนย์ราชการ จ.นนทบุรี อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคาที่ดินยังคงขึ้นต่อเนื่องเป็นเพราะอุปทานที่ดินที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนามีจำกัด

ทั้งนี้ ราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในทำเลที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านในไตรมาสนี้ พบว่า 5 อันดับแรกที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุด คือ

อันดับ 1 ได้แก่ BTS สายสุขุมวิท ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.0  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) พบว่า ราคาที่ดินที่รถไฟฟ้าผ่านในเขตจตุจักร บางนา พญาไท และพระโขนง เป็นบริเวณที่ราคาเพิ่มขึ้นมาก หากเปรียบเทียบย้อนหลังมาประมาณ 10 ปี พบว่า ราคาที่ดินในบริเวณเส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 305.8 หรือเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 30.6

อันดับ 2 ได้แก่ สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และในไตรมาสนี้ มีความคืบหน้าการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 89.5  มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY)  พบว่า ราคาที่ดินที่รถไฟฟ้าผ่านในเขตบางกะปิ  มีนบุรี และสะพานสูง เป็นบริเวณที่ราคาเพิ่มขึ้นมาก หากเปรียบเทียบย้อนหลังมาประมาณ 10 ปี พบว่า ราคาที่ดินในบริเวณเส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 325.6 หรือเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 32.6

อันดับ 3 ได้แก่ สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และในไตรมาสนี้ มีความคืบหน้าการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 88.7 และมีแผนที่จะเปิดให้บริการในช่วงกลางปี 2565 มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY)  พบว่า ราคาที่ดินที่รถไฟฟ้าผ่านในเขตบางพลี  ประเวศ และเมืองสมุทรปราการ เป็นบริเวณที่ราคาเพิ่มขึ้นมาก หากเปรียบเทียบย้อนหลังมาประมาณ 10 ปี พบว่า ราคาที่ดินในบริเวณเส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 273.7 หรือเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 27.4

อันดับ 4 ได้แก่ Airport Link ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) พบว่า ราคาที่ดินที่รถไฟฟ้าผ่านในเขตดินแดง วังทองหลาง สวนหลวง และห้วยขวาง เป็นบริเวณที่ราคาเพิ่มขึ้นมาก หากเปรียบเทียบย้อนหลังมาประมาณ 10 ปี พบว่า ราคาที่ดินในบริเวณเส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 290.2 หรือเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 29.0

และ อันดับ 5 ได้แก่ MRT ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว และ สายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-หัวลำโพง) เป็นโครงการที่มีแผนจะก่อสร้างในอนาคต โดยทั้ง 2 โครงการ มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY)  พบว่า ราคาที่ดินที่รถไฟฟ้าผ่านในเขตบางซื่อ เป็นบริเวณที่ราคาเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง หากเปรียบเทียบย้อนหลังมาประมาณ 10 ปี พบว่า ราคาที่ดินในบริเวณเส้นทางรถไฟฟ้า MRT เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 343.9 หรือเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 34.4 ส่วน สายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-หัวลำโพง) หากเปรียบเทียบย้อนหลังมาประมาณ 10 ปี พบว่า ราคาที่ดินในบริเวณเส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 337.0  หรือเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 33.7

วิธีการจัดทำข้อมูล : โดย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทำการติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวม 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม โดยกำหนดให้ปี 2555 เป็นปีฐาน และจัดทำดัชนีเป็นรายไตรมาส

ในการศึกษาจะใช้ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเปล่าของกรมที่ดิน โดยจะคัดเลือกเฉพาะที่ดินเปล่าไม่รวมสิ่งปลูกสร้าง ที่มีขนาดที่ดินตั้งแต่ 200 ตารางวาขึ้นไป และจะใช้ข้อมูลเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ผู้โอนหรือผู้รับโอนที่เป็น “นิติบุคคล” เท่านั้น เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นราคาซื้อขายจริง ซึ่งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะต้องบันทึกค่าใช้จ่ายหรือรายได้ให้ถูกต้องเพื่อสามารถคำนวณภาษี และค่าใช้จ่ายในแต่ละปี

การคำนวณค่าดัชนีฯ ใช้วิธีการวิเคราะห์แบบ Chain Laspeyres โดยราคาที่ดินเปล่าที่นำมาคำนวณคือ ราคาเฉลี่ยต่อตารางวา ซึ่งถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ตั้งแต่ปี 2555-2559 โดยปัจจัยที่นำมาวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ได้แก่ 1) ทำเลที่ตั้งของที่ดิน 2) แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน 3) เส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนผ่าน

ข้อความจำกัดความรับผิดชอบ : ข้อมูลสถิติ ข้อเขียนใด ๆ ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้รับมาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือจากการประมวลผลที่เชื่อถือได้ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้ตรวจสอบจนมั่นใจในระดับหนึ่งแล้ว แต่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องหรือความเป็นจริงและไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ๆ จากการใช้ข้อมูลผู้นำข้อมูลไปใช้พึงใช้วิจารณญาณ และตรวจสอบตามความเหมาะสม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : ฝ่ายประชาสัมพันธ์และบริการข้อมูล ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

ชั้น 18 อาคาร 2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ 63 ถนนพระราม 9 ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

โทรศัพท์  02-645-9675-6 โทรสาร 0-2643-1251.

ลูกค้าธอส.ลงทะเบียนปรับโครงสร้างหนี้แล้วกว่า 5 หมื่นล.

ธอส.เผย! มีลูกค้าลงทะเบียนเข้ามาตรการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนแล้วกว่า 53,280 ล้านบาท พร้อมปิดลงทะเบียน 2 มาตรการ (M18 และ M19) 25 ม.ค.นี้

รายงานข่าวจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แจ้งว่า ภายหลังจากที่ธนาคารฯได้เปิดให้ลูกค้าเดิมที่ยังอยู่ระหว่างการใช้มาตรการความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จาก COVID-19 โดยหากความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ยังไม่เป็นปกติ และจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวด้วยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าร่วม มาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2564 ล่าสุด ณ วันที่ 11 มกราคม 2565 มีลูกค้าลงทะเบียนแจ้งความประสงค์แล้วจำนวน 50,592 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 53,280 ล้านบาท โดย ธอส. ยังคงเปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการที่ 18 [M18]

สำหรับลูกค้ารายย่อยที่มีสถานะบัญชีปกติ และมาตรการที่ 19 [M19] สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการสินเชื่อแฟลต ถึงวันที่ 25 มกราคม 2565 ขณะที่มาตรการที่ 17[M17] สำหรับลูกค้ารายย่อยสถานะ NPL และลูกค้า NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ สามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 นี้ ผ่านทาง Application : GHB ALL หรือ GHB Buddy บน Application Line หรือ www.ghbank.co.th หรือ สาขาทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th, Facebook Fanpage.

ธอส.เปิดดาวน์โหลดหนังสือรับรองดบ.กู้เงินใช้ลดหย่อนภาษี

ธอส.เปิดให้ดาวน์โหลดหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ได้ง่ายๆ ผ่าน แอป GHB ALL และเว็บไซต์ www.ghbank.co.th พร้อมใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ ส่งตรงสรรพากรได้แล้ววันนี้!

รายงานข่าวจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แจ้งว่า เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าธนาคารฯที่ต้องการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2564 ที่ต้องการใช้สิทธิหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมกับ ธอส. ได้แบบง่าย ๆ และทำได้ด้วยตัวเองเพียงไม่กี่นาที โดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขาของธนาคารฯ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรค COVID- 19 โดยดาวน์โหลดได้ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้

1.Application : GHB ALL โดยเลือกแถบเมนูที่มุมซ้ายด้านล่าง กดที่ “บริการอื่น ๆ” เลือก “หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ / แจ้งสิทธิยกเว้นภาษี” แล้วเลือก “ขอหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้”  จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลหมายเลขบัญชีเงินกู้ ยอดชำระดอกเบี้ยประจำปี และให้กดที่ข้อความ “ขอรับเอกสาร” เพื่อกรอกอีเมลที่ลูกค้าต้องการรับหนังสือ หากกรอกครบถ้วนแล้วให้กด “ส่งอีเมล” ซึ่งระบบจะส่งหนังสือรับรองดอกเบี้ยไปยังอีเมลที่ลูกค้าระบุทันที 

2.เว็บไซต์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ www.ghbank.co.th โดยสามารถคลิกที่แถบเมนูหลัก เลือก “บริการอิเล็กทรอนิกส์” และไปที่ “เว็บแอปพลิเคชัน” จากนั้นให้เลือก “ระบบพิมพ์หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมประจำปี” เพื่อลงทะเบียนการใช้งานระบบ และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน อาทิ อีเมล เลขประจำตัวประชาชน เลขที่บัญชีเงินกู้ และหมายเลขโทรศัพท์มือถือ โดยหลังจากยืนยันการลงทะเบียนสำเร็จก็จะสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ทางเว็บไซต์ได้ทันที

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญากู้เงินตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ที่ต้องการนำค่าใช้จ่ายจากการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย มาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ ในรอบปีภาษี 2564 เป็นต้นไป ต้องแจ้งใช้สิทธิเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ และยินยอมให้ธนาคารนำส่งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากร โดยสามารถแจ้งการใช้สิทธิดังกล่าวได้ ผ่านทาง Application : GHB ALL เพียงเลือกแถบเมนูที่มุมซ้ายด้านล่าง กดที่ “บริการอื่น ๆ” เลือก “หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้/แจ้งสิทธิยกเว้นภาษี” จากนั้นเลือก “แจ้งใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม” และกดตกลง หรือ ผ่านทางเว็บไซต์ธนาคารที่ https://cm01.ghbank.co.th/consentRD หรือ  สแกน QR Code

สำหรับ ลูกค้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว จะสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ ได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคารฯอีก เนื่องจากกรมสรรพากรสามารถใช้ข้อมูลที่ธนาคารนำส่งไปประกอบการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของลูกค้าได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ www.ghbank.co.th หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์(Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ Application : GHB ALL.

ธอส.เปิดขายสลากฯ “ต่อเงินต่อทอง” พ่วงลุ้นรางวัลสลากฯ 1 ล.

ครั้งแรกในไทย! ธอส. เอาใจคนรักการออม เปิดขายสลากออมทรัพย์ “ต่อเงินต่อทอง” หน่วยละ 10,000 บาท จำนวน 20,000 ล้านบาท อายุสลาก 3 ปี ผลตอบแทนหน้าสลาก 0.50% ต่อปี พร้อมลุ้นรางวัลเป็นสลากฯ มูลค่าสูงสุด 1 ล้านบาท ต่อโชคต่อลาภถึง 36 งวด เริ่มจำหน่าย  12 ม.ค. เป็นต้นไป

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้รักการออมผ่านสลากออมทรัพย์ ธอส. และได้ลุ้นโชครับปีเสือ 2565 ธอส. จึงได้จัดทำผลิตภัณฑ์ “สลากออมทรัพย์ ชุดต่อเงินต่อทอง” มูลค่าหน่วยละ 10,000 บาท กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท อายุสลาก 3 ปี ให้ผลตอบแทนหน้าสลาก 0.50% ต่อปี เมื่อฝากครบกำหนดจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยรวมหน่วยละ 10,150 บาท อีกทั้งยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลเป็นสลากออมทรัพย์ชุดต่อเงินต่อทองเพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลมากขึ้น ทุกเดือนรวม 36 ครั้ง โดยแบ่งรางวัลเป็น ดังนี้

รางวัลที่ 1     ได้รับสลาก      จำนวน 100 หน่วย  มูลค่า 1,000,000 บาท  จำนวน    1  รางวัล/หมวด 

รางวัลที่ 2     ได้รับสลาก      จำนวน   10 หน่วย  มูลค่า    100,000 บาท  จำนวน    4  รางวัล/หมวด

รางวัลที่ 3     ได้รับสลาก      จำนวน     2 หน่วย  มูลค่า      20,000 บาท  จำนวน   20 รางวัล/หมวด

รางวัลที่ 4      ได้รับสลาก      จำนวน     1 หน่วย  มูลค่า      10,000 บาท  จำนวน   20 รางวัล/หมวด

รางวัลเลขต่อเงินต่อทอง (เลขวิ่งหลักหน่วย 1 ตัว)  รางวัลละ 30 บาท

โดย สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดต่อเงินต่อทอง ยังเป็นสลากที่มีผลตอบแทนสูง โดยซื้อสลากเพียง 10 หน่วย หรือ 100,000 บาท ได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำคิดเป็น 0.86% ต่อปี  นอกจากนี้ผู้ซื้อยังมีโอกาสถูกรางวัลสูง คิดเป็นโอกาสในการถูกรางวัลใหญ่สูงถึง 0.0045% และได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับดอกเบี้ยและเงินรางวัลอีกด้วย เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2565 จนกว่าจะเต็มกรอบวงเงิน เริ่มออกรางวัลครั้งแรกวันที่ 17 มกราคม 2565  พิเศษ!! สำหรับลูกค้าที่ซื้อสลาก 100 หน่วยขึ้นไป ต่อ รายการ ตั้งแต่ วันที่ 12 – 16 มกราคม 2565 ได้รับนาฬิกาแขวนผนัง

Seiko 1 เรือน (1 ท่าน ต่อ 1 เรือน) ฟรีทันที และได้รับผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าสลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดต่อเงินต่อทองที่ฝากครบกำหนดอายุสลาก 3 ปี

“นับเป็นครั้งแรกของการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ในประเทศไทย ที่ผู้ถูกรางวัลจะได้รับรางวัลเป็นสลากออมทรัพย์ ซึ่งสามารถลุ้นรางวัลในงวดต่อๆ ไปได้อีก เป็นการเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลมากขึ้น โดยสลากที่เป็นรางวัลนั้นจะมีอายุคงเหลือตามสลากที่ถูกรางวัล เช่น ถูกรางวัลในงวดที่ 12 (หรือถือสลากมาแล้ว 1 ปี) สลากที่เป็นรางวัลจะสามารถมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้อีก 24 งวด เท่ากับสลากที่ถูกรางวัลและจะครบอายุเท่ากับสลากที่ถูกรางวัล โดยธนาคารจะดำเนินการออกสลากที่เป็นรางวัลให้ในวันถัดไปนับจากวันที่ออกรางวัล และผู้ฝากที่ถูกรางวัลดังกล่าว สามารถติดต่อขอรับสลากที่เป็นรางวัลได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ส่วนผู้ที่ถูกรางวัลเลขต่อเงินต่อทอง (เลขวิ่งหลักหน่วย 1 ตัว) รางวัลละ 30 บาท ธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เป็นบัญชีคู่โอนของลูกค้าทันทีในวันถัดจากวันที่มีการออกรางวัลในแต่ละครั้งต่อไป” นายฉัตรชัย กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถซื้อสลากออมทรัพย์ ธอส. ผ่าน Mobile Application : GHB ALL หรือที่สาขาของธนาคาร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Application : GHB ALL และ www.ghbank.co.th

ธอส.ชวนคนกรุงฯ มีบ้านในงาน Smart Money

ธนาคารอาคารสงเคราะห์จัดโปรหนักๆ “ฝาก-กู้-บ้านมือสอง” ให้คนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในงาน “Thailand Smart Money 2021 กรุงเทพฯ ครั้งที่ 12” ชูธง! ดันสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ปีแรก 2.60% ต่อปี ฟรี! ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 0.1% ด้านเงินฝากพบกับเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยพิเศษ New Flexi for Welfare and Corporate สูงสุด 1.00% ต่อปี และสลากออมทรัพย์ ธอส. ชุด “เกล็ดดาว” รับผลตอบแทนหน้าสลาก 0.50% ต่อปี พร้อมลุ้นรับรางวัล 1 ล้านบาท 24 งวด พ่วงนำบ้านมือสอง 40 รายการเด่น มาจัดแสดง ก่อนนำออกประมูลขายในงานประมูลบ้านมือสอง ธอส.ออนไลน์ (Full moon full sale)

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารจึงได้เข้าร่วมงาน “Thailand Smart Money 2021 กรุงเทพฯ ครั้งที่ 12” โดยนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่มีโปรโมชั่นสุดพิเศษมอบให้แก่ลูกค้าประชาชน นำโดย

1.สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ปีแรก 2.60% ต่อปี ปีที่ 2 MRR-3.35% ต่อปี (เท่ากับ 2.80% ต่อปี) ปีที่ 3 MRR-2.80% ต่อปี(เท่ากับ 3.35% ต่อปี) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 2.917% ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR – 1.00% ต่อปี และกรณีลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. ปัจจุบันเท่ากับ 6.150% ต่อปี) ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 40 ปี เงินงวดผ่อนชำระต่ำ

เช่น กรณีกู้ 2 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นปีแรกเพียง 6,800 บาท/เดือน ให้กู้เพื่อซื้อปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น ชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อวงเงินกู้(MRTA) และกู้เพิ่มเพื่อปลูกสร้าง ต่อเติม ขยาย และซ่อมแซม สำหรับที่อยู่อาศัยที่นำมาเป็นหลักประกันการกู้ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพ และปริมณฑล พร้อมฟรี ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 0.1% หากจองสิทธิ์ภายในงานระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2564 ยื่นคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2564 – 15 มกราคม 2565 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565

พิเศษ! ลูกค้าสินเชื่อที่ทำ นิติกรรมภายในเวลาที่ธนาคารกำหนดและมีวงเงินทำนิติกรรมสูงสุด 10 อันดับแรก รับของที่ระลึกฟรี ดังนี้ วงเงินสูงสุดอันดับที่ 1-5 รับหม้อทอดไร้น้ำมัน อันดับ 6-7 รับ เครื่องชงกาแฟแบบหยด จาก Verasu และ Gift Voucher  จาก Index Living Mall มูลค่า 500 บาท และอันดับที่ 8-10 รับ Gift Voucher จาก Index Living Mall มูลค่า 1,000 บาท

2.ผลิตภัณฑ์การออมผ่านสลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดเกล็ดดาว หน่วยละ 5,000 บาท รับผลตอบแทนหน้าสลาก 0.50% ต่อปี จากเดิม 0.40% ต่อปี พร้อมโอกาสถูกรางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลละ 1,000,000 บาท และรางวัลอื่นๆ และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว และรางวัลเลขสลับเลขท้ายได้ลุ้นต่อเนื่องนาน 24 เดือน คิดเป็นโอกาสถูกรางวัลใหญ่ 0.0045%

พร้อมกันนี้ ยังมีเงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูงเงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูงกับผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยพิเศษ New Flexi for Welfare and Corporate สำหรับลูกค้าที่มีเงินเดือนประจำจากหน่วยงานหรือบริษัท โดยเปิดบัญชีและมียอดเงินฝากคงเหลือไม่เกิน 10  ล้านบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 0.75%  ต่อปี และเปิดบัญชี และมียอดเงินฝากคงเหลือมากกว่า 10  ล้านบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 0.30% ต่อปี

พิเศษ! หากเดือนใดไม่มีการถอนจะได้รับดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีก 0.25% ต่อปี รวมรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 1.00% ต่อปี และยังได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และจะได้รับกระเป๋าพับอเนกประสงค์ 1 ราย ต่อ 1 ใบ เพียงจองสิทธิ์ภายในงาน และเปิดบัญชีที่ ณ สาขาในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ หรือ ตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด

3.ทรัพย์ NPA หรือ บ้านมือสอง ธนาคารได้เตรียมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญไว้ให้คำปรึกษาทุกเรื่องบ้านมือสอง “ซื้อบ้านได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว” พร้อมนำทรัพย์ดี คุณภาพเด่น จำนวน 40 รายการ จากจำนวนทรัพย์ที่นำออกประมูลกว่า 3,500 รายการ มาจัดแสดงในงานก่อนที่จะนำออกประมูลขายในงานประมูลบ้านมือสอง ธอส. ออนไลน์ (Full moon full sale) ในวันที่ 19 ธันวาคม 2564 และลูกค้าสามารถเลือกซื้อทรัพย์ NPA ในโครงการ Special Price ได้ง่าย ๆ ผ่านApplication G H Bank Smart NPA 

ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ของธนาคารสามารถจองสิทธิ์ใช้บริการและขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ของ ธอส.ได้ที่งาน “Thailand Smart Money 2021 กรุงเทพฯ ครั้งที่ 12” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2564 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์.