“ซีพีเอฟ” เสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิ เผย! ผลตอบแทน 5 ปีแรก 4.50%

“ผลตอบแทนสูง-เครดิตดี” จุดเด่นหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของค่ายซีพีเอฟ เผยผลตอบแทน 5 ปีแรกสูงถึง 4.50% ต่อปี พร้อมเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ชุดเดิม 3-4 และ 7 ก.พ. ส่วนลงทุนทั่วไปเปิดจองซื้อ 21-25, 28 ก.พ. และ 1 มี.ค. นี้ ผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำ 7 แห่ง  

นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” (CPF) ผู้ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจร ภายใต้วิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” เปิดเผยว่า “ซีพีเอฟ” ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท (“หุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ”) ชุดใหม่ โดยในช่วง 5 ปีแรก อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี จากนั้นจะปรับอัตราดอกเบี้ยทุก ๆ 5 ปี อ้างอิงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ณ ขณะนั้น  ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเสนอขาย 2 ช่วง โดยช่วงที่ 1 เป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ชุดเดิม ระหว่างวันที่ 3-4 และ 7 กุมภาพันธ์ 2565 และในช่วงที่ 2 เป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปในระหว่างวันที่ 21-25, 28 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม 2565

ทั้งนี้ สถาบันการเงินผู้จัดจำหน่าย คือ บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทรเชื่อว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ซีพีเอฟจะได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนเช่นที่ผ่านมา เนื่องจากความมั่นคงและแข็งแกร่งของบริษัทฯ รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจแก่นักลงทุน  ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ที่ A- และอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ A+ จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 สะท้อนถึงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารในระดับสากล ขณะที่บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายในการเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะมุ่งสู่การเป็น “ครัวของโลก” อย่างแข็งแกร่ง ดังนั้น หุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ของบริษัทฯ จะสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนในภาวะที่การลงทุนต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายเช่นนี้

สำหรับ ผู้ลงทุนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ชุดเดิม และผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ชุดใหม่ ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณ 100,000 บาท โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากร่างหนังสือชี้ชวน หรือติดต่อสถาบันการเงินทั้ง 7 แห่ง ดังนี้

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1111

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-888-8888 กด 819

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-777-6784

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-626-7777

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โทร. 1572

บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)* โทร. 02-165-5555

* ซึ่งรวมถึงธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน).

ธอส.เปิดดาวน์โหลดหนังสือรับรองดบ.กู้เงินใช้ลดหย่อนภาษี

ธอส.เปิดให้ดาวน์โหลดหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ได้ง่ายๆ ผ่าน แอป GHB ALL และเว็บไซต์ www.ghbank.co.th พร้อมใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ ส่งตรงสรรพากรได้แล้ววันนี้!

รายงานข่าวจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แจ้งว่า เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าธนาคารฯที่ต้องการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2564 ที่ต้องการใช้สิทธิหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมกับ ธอส. ได้แบบง่าย ๆ และทำได้ด้วยตัวเองเพียงไม่กี่นาที โดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขาของธนาคารฯ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรค COVID- 19 โดยดาวน์โหลดได้ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้

1.Application : GHB ALL โดยเลือกแถบเมนูที่มุมซ้ายด้านล่าง กดที่ “บริการอื่น ๆ” เลือก “หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ / แจ้งสิทธิยกเว้นภาษี” แล้วเลือก “ขอหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้”  จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลหมายเลขบัญชีเงินกู้ ยอดชำระดอกเบี้ยประจำปี และให้กดที่ข้อความ “ขอรับเอกสาร” เพื่อกรอกอีเมลที่ลูกค้าต้องการรับหนังสือ หากกรอกครบถ้วนแล้วให้กด “ส่งอีเมล” ซึ่งระบบจะส่งหนังสือรับรองดอกเบี้ยไปยังอีเมลที่ลูกค้าระบุทันที 

2.เว็บไซต์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ www.ghbank.co.th โดยสามารถคลิกที่แถบเมนูหลัก เลือก “บริการอิเล็กทรอนิกส์” และไปที่ “เว็บแอปพลิเคชัน” จากนั้นให้เลือก “ระบบพิมพ์หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ยืมประจำปี” เพื่อลงทะเบียนการใช้งานระบบ และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน อาทิ อีเมล เลขประจำตัวประชาชน เลขที่บัญชีเงินกู้ และหมายเลขโทรศัพท์มือถือ โดยหลังจากยืนยันการลงทะเบียนสำเร็จก็จะสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ทางเว็บไซต์ได้ทันที

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญากู้เงินตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ที่ต้องการนำค่าใช้จ่ายจากการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย มาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ ในรอบปีภาษี 2564 เป็นต้นไป ต้องแจ้งใช้สิทธิเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ และยินยอมให้ธนาคารนำส่งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากร โดยสามารถแจ้งการใช้สิทธิดังกล่าวได้ ผ่านทาง Application : GHB ALL เพียงเลือกแถบเมนูที่มุมซ้ายด้านล่าง กดที่ “บริการอื่น ๆ” เลือก “หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้/แจ้งสิทธิยกเว้นภาษี” จากนั้นเลือก “แจ้งใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม” และกดตกลง หรือ ผ่านทางเว็บไซต์ธนาคารที่ https://cm01.ghbank.co.th/consentRD หรือ  สแกน QR Code

สำหรับ ลูกค้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว จะสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมฯ ได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคารฯอีก เนื่องจากกรมสรรพากรสามารถใช้ข้อมูลที่ธนาคารนำส่งไปประกอบการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของลูกค้าได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ www.ghbank.co.th หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์(Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ Application : GHB ALL.

กรมศุลฯจับยาอีในร่างช็อกกาแล็ต-กาแฟ เตรียมผ่านไทยไปลาว

โฆษกกรมศุลกากรแถลงจับยาอีปลอมใส่ซองกาแฟน มูลค่ากว่า 50 ล้านบาทจากเยอรมนี ปลายทางส่งปลายทางไปที่ลาว

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะ โฆษกกรมศุลกากร เป็น ประธานการแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์ตาซี่) หรือ ยาอี นำเข้ามาจากเยอรมนี เพื่อผ่านแดนไป สปป.ลาว มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ณ จุดตรวจคัดไปรษณีย์ภัณฑ์ ศูนย์ไปรษณีย์กรุงเทพฯ หัวลำโพง สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ กรมศุลกากร โดยเผยว่า กรมศุลกากรมีความเข้มงวดในการป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติดให้โทษ ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรทางพัสดุไปรษณีย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเป็นที่พักของยาเสพติดหรือผ่านไปยังประเทศที่ 3

สำหรับในการตรวจยึดในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 เวลา 09.00 น. กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรกรุงเทพและกองสืบสวนและปราบปราม พบพัสดุต้องสงสัย จำนวน 2 หีบห่อ สำแดงเป็นช็อกโกแลตและเมล็ดกาแฟ ต้นทางจากประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อผ่านแดนไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจึงทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงและเอ็กเรย์กล่องพัสดุดังกล่าว จากนั้นทำการเปิดตรวจร่วมกับพนักงานบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พบเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เอ็กซ์ตาซี่) หรือยาอี จำนวนประมาณ 50,290 เม็ด มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

กรณีเป็นความผิดฐานนำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตาม ม. 244 และ ม. 252 แห่ง พรบ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และ พรบ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย.

ระวัง! แก๊งปลอมเอกสารหลอกกู้เงิน คลังเตือนมีหลายรายโดนหลอกแล้ว

คลังเตือน! ระวังการปลอมแปลงหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาเพื่อไปใช้แอบอ้างในการให้เงินกู้ พร้อมประสานตร.เศรษฐกิจ เอาผิดแก๊งมิจฉาชีพแล้ว

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพปลอมแปลงหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาของศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง เพื่อไปใช้แอบอ้างในการให้เงินกู้กับประชาชน ทั้งนี้ สบน.ขอแจ้งให้ทราบว่า มีประชาชนที่หลงเชื่อเข้าทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพหลายราย จึงขอเตือนให้ประชาชนทราบว่า ศูนย์ข้อมูล ที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับรองการให้เงินกู้นอกระบบแก่ประชาชนดังกล่าว และ สบน.ได้แจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การปลอมแปลงหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาและนำไปใช้เพื่อหลอกลวงประชาชน ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย

อนึ่ง หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือต้องการตรวจสอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษา สามารถเข้าได้ที่ www.consultant.pdmo.go.th โดยตรง หรือติดต่อศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง โทร. 0 2271 7999 ต่อ 5001, 5702.

สรรพากรปักธง ภาษีคริปโตเสร็จแน่! ม.ค.นี้

กรมสรรพากรขานรับนโยบายนายกฯ พร้อมประสานภาครัฐ และเปิดรับฟังทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกภาษีคริปโตฯ หวังร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศจากนวัตกรรมการเงิน คาดเสร็จภายใน ม.ค.นี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวถึงกรณี  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมายให้กรมสรรพากร เร่งสร้างความชัดเจนในเรื่องของหลักเกณฑ์การคิดคำนวนภาษีจากกำไรการขายหรือการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโตเคอเรนซี ให้แก่นักลงทุนและประชาชนทั่วไป โดยย้ำว่า ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังเร่งดำเนินการหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาหาแนวทางในเรื่องของหลักเกณฑ์การคิดภาษีข้างต้น เพื่อให้มีความเหมาะสมและเป็นปัจจุบัน คาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในเดือนมกราคม 2565

ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้เร่งหารือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น รวมถึงเดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนที่ดำเนินการในเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อนำมาจัดทำแนวทางการปฏิบัติในการเก็บภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับรูปแบบการลงทุนและบริบทในปัจจุบัน โดยยึดถือประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และทุกฝ่ายเป็นสำคัญ

“ในช่วงเกือบปีที่ผ่านมา การลงทุนและการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโตเคอเรนซี ของประเทศไทย มีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ถือได้ว่าเป็นเรื่องใหม่ทั้งสำหรับผู้เสียภาษีและกรมสรรพากร ซึ่งกรมสรรพากรไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ได้มีการศึกษาและประมวลผลต่างๆ มาโดยตลอด แต่ต้องยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ซึ่งทางกรมสรรพากรกำลังเร่งดำเนินการเพื่อหาความชัดเจนในเรื่องนี้” อธิบดีกรมสรรพากร ระบุและว่า

กรมสรรพากรยังคงยึดแนวทางของการถือเอาผู้เสียภาษีเป็นศูนย์กลาง (Taxpayer – Centric) จึงพร้อมที่จะหาแนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่นักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องจากการถือครองหรือได้รับผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการลงทุน  และสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจจากนวัตกรรมทางการเงินดังกล่าวของประเทศต่อไป.

SAM ชวนลูกค้าแก้หนี้ ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์เลี่ยงโควิดฯ

“คลินิกแก้หนี้ by SAM” ชวนลูกค้าโครงการ “คลินิกแก้หนี้”  ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อความปลอดภัยและลดจากความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัส COVID-19 

นายธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า SAM ขอชวนลูกค้า โครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ของลูกค้า พนักงานและผู้เกี่ยวข้องทุกคน โดยลูกค้าสามารถติดต่อได้หลากหลายช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือ แอดไลน์ @debtclinicbysam และ Facebook คลินิกแก้หนี้ หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ “สายด่วนชนะหนี้ 1443”  

อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าท่านใดมีความจำเป็นหรือประสงค์จะเดินทางมาติดต่อด้วยตนเองที่สำนักงาน “คลินิกแก้หนี้ by SAM”  ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้า ดิ อเวนิว รัชโยธิน (BTS สถานีรัชโยธิน) ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ   ต้องขอความร่วมมือแสดงผลตรวจ ATK ไม่เกิน 24 ช.ม. ต่อเจ้าหน้าที่ในการขอเข้ารับบริการ  โดย “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ยังคงเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. ของทุกวัน.

ธอส.เปิดขายสลากฯ “ต่อเงินต่อทอง” พ่วงลุ้นรางวัลสลากฯ 1 ล.

ครั้งแรกในไทย! ธอส. เอาใจคนรักการออม เปิดขายสลากออมทรัพย์ “ต่อเงินต่อทอง” หน่วยละ 10,000 บาท จำนวน 20,000 ล้านบาท อายุสลาก 3 ปี ผลตอบแทนหน้าสลาก 0.50% ต่อปี พร้อมลุ้นรางวัลเป็นสลากฯ มูลค่าสูงสุด 1 ล้านบาท ต่อโชคต่อลาภถึง 36 งวด เริ่มจำหน่าย  12 ม.ค. เป็นต้นไป

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้รักการออมผ่านสลากออมทรัพย์ ธอส. และได้ลุ้นโชครับปีเสือ 2565 ธอส. จึงได้จัดทำผลิตภัณฑ์ “สลากออมทรัพย์ ชุดต่อเงินต่อทอง” มูลค่าหน่วยละ 10,000 บาท กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท อายุสลาก 3 ปี ให้ผลตอบแทนหน้าสลาก 0.50% ต่อปี เมื่อฝากครบกำหนดจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยรวมหน่วยละ 10,150 บาท อีกทั้งยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลเป็นสลากออมทรัพย์ชุดต่อเงินต่อทองเพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลมากขึ้น ทุกเดือนรวม 36 ครั้ง โดยแบ่งรางวัลเป็น ดังนี้

รางวัลที่ 1     ได้รับสลาก      จำนวน 100 หน่วย  มูลค่า 1,000,000 บาท  จำนวน    1  รางวัล/หมวด 

รางวัลที่ 2     ได้รับสลาก      จำนวน   10 หน่วย  มูลค่า    100,000 บาท  จำนวน    4  รางวัล/หมวด

รางวัลที่ 3     ได้รับสลาก      จำนวน     2 หน่วย  มูลค่า      20,000 บาท  จำนวน   20 รางวัล/หมวด

รางวัลที่ 4      ได้รับสลาก      จำนวน     1 หน่วย  มูลค่า      10,000 บาท  จำนวน   20 รางวัล/หมวด

รางวัลเลขต่อเงินต่อทอง (เลขวิ่งหลักหน่วย 1 ตัว)  รางวัลละ 30 บาท

โดย สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดต่อเงินต่อทอง ยังเป็นสลากที่มีผลตอบแทนสูง โดยซื้อสลากเพียง 10 หน่วย หรือ 100,000 บาท ได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำคิดเป็น 0.86% ต่อปี  นอกจากนี้ผู้ซื้อยังมีโอกาสถูกรางวัลสูง คิดเป็นโอกาสในการถูกรางวัลใหญ่สูงถึง 0.0045% และได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับดอกเบี้ยและเงินรางวัลอีกด้วย เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2565 จนกว่าจะเต็มกรอบวงเงิน เริ่มออกรางวัลครั้งแรกวันที่ 17 มกราคม 2565  พิเศษ!! สำหรับลูกค้าที่ซื้อสลาก 100 หน่วยขึ้นไป ต่อ รายการ ตั้งแต่ วันที่ 12 – 16 มกราคม 2565 ได้รับนาฬิกาแขวนผนัง

Seiko 1 เรือน (1 ท่าน ต่อ 1 เรือน) ฟรีทันที และได้รับผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าสลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดต่อเงินต่อทองที่ฝากครบกำหนดอายุสลาก 3 ปี

“นับเป็นครั้งแรกของการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ในประเทศไทย ที่ผู้ถูกรางวัลจะได้รับรางวัลเป็นสลากออมทรัพย์ ซึ่งสามารถลุ้นรางวัลในงวดต่อๆ ไปได้อีก เป็นการเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลมากขึ้น โดยสลากที่เป็นรางวัลนั้นจะมีอายุคงเหลือตามสลากที่ถูกรางวัล เช่น ถูกรางวัลในงวดที่ 12 (หรือถือสลากมาแล้ว 1 ปี) สลากที่เป็นรางวัลจะสามารถมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้อีก 24 งวด เท่ากับสลากที่ถูกรางวัลและจะครบอายุเท่ากับสลากที่ถูกรางวัล โดยธนาคารจะดำเนินการออกสลากที่เป็นรางวัลให้ในวันถัดไปนับจากวันที่ออกรางวัล และผู้ฝากที่ถูกรางวัลดังกล่าว สามารถติดต่อขอรับสลากที่เป็นรางวัลได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ส่วนผู้ที่ถูกรางวัลเลขต่อเงินต่อทอง (เลขวิ่งหลักหน่วย 1 ตัว) รางวัลละ 30 บาท ธนาคารจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เป็นบัญชีคู่โอนของลูกค้าทันทีในวันถัดจากวันที่มีการออกรางวัลในแต่ละครั้งต่อไป” นายฉัตรชัย กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถซื้อสลากออมทรัพย์ ธอส. ผ่าน Mobile Application : GHB ALL หรือที่สาขาของธนาคาร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ Application : GHB ALL และ www.ghbank.co.th

กรมศุลฯขานรับมติครม.- เข้มละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

กรมศุลกากรเด้งรับมติ ครม. เดินหน้าปรับปรุงกระบวนงานการนำเข้า – ส่งออก และนำผ่านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อรองรับ (ร่าง) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ย้ำเจ้าของแบรนด์หรือลิขสิทธิ์ สามารถแจ้งเรื่องขอตรวจสอบหากสงสัยว่าถูกละเมิดสิทธิ์

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรพร้อมเดินหน้าปรับปรุงกระบวนงานการนำเข้า – ส่งออก และนำผ่านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อรองรับ (ร่าง) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2565 ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้ดำเนินการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์โดยเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนเป็นระยะ และเพื่อเป็นการรองรับ (ร่าง) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออก ห้ามนำเข้า และห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. … ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ

โดยมี สาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกรมศุลกากร คือ การกำหนดให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ สามารถแจ้งข้อมูลเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์ต่อพนักงานศุลกากรตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กรมศุลกากรกำหนด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบสินค้าที่มีเหตุสงสัยว่าจะมีการละเมิดเครื่องหมายการค้าหรือการละเมิดลิขสิทธิ์

ดังนั้น กรมศุลกากรจึงได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง อาทิ การสร้างช่องทางให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์ สามารถยื่นคำขอแจ้งข้อมูลเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์ ที่พนักงานศุลกากรจะใช้ในการพิสูจน์ว่าสินค้าที่นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านประเทศ เป็นสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์หรือไม่ ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานของกรมศุลกากรเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการนำเข้า – ส่งออกที่สุจริตสามารถผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างรวดเร็ว

“กรมศุลกากรได้ให้ความสำคัญและเข้มงวดเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก รวมถึงนำผ่านสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินจากการใช้สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ รวมถึงเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทางการค้า (TRIPS) และข้อตกลงว่าด้วยหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ฯลฯ” โฆษกกรมศุลกากร กล่าว.

5.8 หมื่นครอบครัวชาวนารับเงินโอนล็อตใหม่จาก ธ.ก.ส.

ชาวนาไทยได้เฮ! เหตุเกือบ 5.8 หมื่นครังเรือนรับโอนเงินกว่า 700 ล้านบาทในโครงการประกันรายได้ ปี 64/65 งวดที่ 1-11 (เพิ่มเติม) และงวดที่ 12 จาก ธ.ก.ส. เผย! ยอดโอนรวมไปแล้วกว่า 8.5 หมื่นล้านบาท มีเกษตรกรกว่า 4.56 ล้านครัวเรือนรับประโยชน์เต็มๆ

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และมติที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 นั้น ซึ่งในวันนี้ (6 มกราคม 2565) ธ.ก.ส. ได้ดำเนินกา โอนเงินประกันรายได้ในงวดที่ 1-11 (เพิ่มเติม) พร้อมงวดที่ 12 อีกจำนวน 731 ล้านบาท จำนวนเกษตรกร 57,965 ครัวเรือน ส่งผลให้ภาพรวมการโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 ไปแล้วจำนวน 85,113.24 ล้านบาท มีเกษตรกรได้รับประโยชน์แล้ว 4,564,768 ครัวเรือน

โดย การประกันรายได้ดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้ได้รับผลตอบแทนจากการผลิตที่เหมาะสม เป็นการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน และช่วยแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และอุทกภัย โดยที่กลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ โดยประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน  ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี  ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน  

ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน LINE Official BAAC Family กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ BAAC Connect รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ.

แสนสิริจับมือกรุงไทยเปิดจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัลฯผ่านแอปฯเป๋าตัง เริ่ม 18 ม.ค.นี้

กลุ่มแสนสิริจับมือแบงก์กรุงไทย เปิดตัว “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” เผย! เป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกในเอเชียที่เลือกช่องทางระดมเงินนี้ที่สร้างความเท่าเทียมของคนทุกระดับ แนะเงินแค่พันบาทก็ลงทุนได้ รับผลตอบแทน 3.10% ต่อปี แถมซื้อขายได้ในตลาดรองฯ ดีเดย์ เปิดจองพร้อมกัน 18  ม.ค.65

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ กล่าวภายหลังความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง บมจ.แสนสิริ และ ธนาคารกรุงไทย ที่ประกาศจับมือกับ บมจ.แสนสิริ ในการเปิดตัว “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 มกราคม 2565 ว่า แสนสิริ เป็นองค์กรที่ประกาศจุดยืนแกร่ง ในการให้ความสำคัญและสนับสนุน “ความเท่าเทียมในทุกมิติ” ทั้งในองค์กรสู่สังคม รวมถึงแนวคิดในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ภายใต้เจตนารมณ์และความมุ่งมั่น ในการเป็นแบรนด์ที่จับต้องง่าย และ “แบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้” ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะการพัฒนาโปรดักส์ เพื่อให้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงได้ในทุกระดับราคา แสนสิริยังมองถึงความสำคัญในด้านการลงทุนที่ต้องเท่าเทียมและเข้าถึงได้ พร้อมกับการมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ ตอบรับความต้องการของลูกค้า เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนและสนับสนุนให้ทุกคนเข้าถึงการมีบ้านได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ในปี 2564 ที่ผ่านมา แสนสิริก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการพลิกโฉมการลงทุน ในหุ้นกู้บริษัทเอกชนที่ทุกคนเข้าถึงได้และมีโอกาสซื้อเท่าเทียมกัน ครั้งแรกของเมืองไทย โดยประสบความสำเร็จใน “หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY” เริ่มต้น 10,000 บาท ที่ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการจองซื้อหมดในเวลาอันรวดเร็วในทั้ง 2 รอบในปีที่ผ่านมา

ในปี 2565 แสนสิริยังได้เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์ ความเท่าเทียมในทุกมิติ และไม่หยุดยั้งในการนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ พร้อมรุกต่อยอดการลงทุนให้เข้าถึงง่ายและเท่าเทียมสำหรับคนไทยทุกคน  ล่าสุด บริษัทฯได้จับมือกับ ธนาคารกรุงไทย เตรียมออก “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” เป็นรายแรกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเอเชีย ชูวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเป็น “หุ้นกู้ที่คนไทยทุกคนเข้าถึงได้” อีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นต่ำสุดเพียง 1,000 บาท ซื้อขายแบบ real-time 24 ชั่วโมง ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ เป๋าตัง

โดยเป็น หุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ดอกเบี้ยคงที่ 3.10% ต่อปี ระยะเวลาลงทุนเพียง 2 ปี 6 เดือน รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ นอกจากนี้ หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ ยังมีสภาพคล่อง ด้วยการซื้อ/ขายหุ้นกู้ได้ทันทีในตลาดรอง หลังหุ้นกู้เข้าวอลเล็ตบนแอปเป๋าตังได้อีกด้วย โดย จะเปิดจองพร้อมกัน 8:30 น. ของวันที่  18 มกราคม 2565 นี้ ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

“ความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย เปิดตัวหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ บนแอปฯ เป๋าตัง ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวความมุ่งมั่นของแสนสิริ ที่ให้ความสำคัญในด้านความเสมอภาค – เท่าเทียม และเข้าถึงได้ในทุกมิติของคนไทยทุกคน และเป็นการต่อยอดความสำเร็จของการลงทุนหุ้นกู้รูปแบบใหม่ ให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายอย่างทั่วถึง ด้วยวงเงินเริ่มต้นสำหรับการลงทุนในหุ้นกู้ที่ต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผสานกับจุดแข็งของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย ที่มีการพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย จนกลายเป็นศูนย์รวมที่คนไทยเกือบทั้งประเทศรู้จักและใช้บริการมากกว่า 33 ล้านคน” นายเศรษฐา กล่าว

ทั้งนี้ แสนสิริประสบความสำเร็จจากการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินทั้งเพื่อระดมทุนและดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ตอบรับเทรนด์โลกการเงินดิจิทัลและตอบโจทย์พฤติกรรมนักลงทุนและกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่องมาตลอดปี 2564 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยสภาพคล่องที่มีในมือถึง 15,000 ล้านบาท สวนกระแสเศรษฐกิจ จากกลยุทธ์บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่ดี ในภาวะที่ต้องรับมือกับสถานการณ์โควิด ซึ่งบริษัทฯ ยังได้เตรียมต่อยอดพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน ทั้งการระดมทุนรูปแบบใหม่และนวัตกรรมทางการเงินที่จะดึงดูดนักลงทุนและสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์แสนสิริ ที่พร้อมเตรียมเปิดตัวในต้นปี 2565

บริษัทคาดว่า จะสามารถกำหนดมูลค่าเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริได้ในช่วงกลางเดือนมกราคมนี้ สำหรับการลงทุนในหุ้นดิจิทัลแสนสิริครั้งนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของคนไทยในการออมที่ได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก ด้วยผลตอบแทนคงที่กับอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ BBB+ โดยทริสเรทติ้ง

ด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เสริมว่า ธนาคารฯมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมรูปแบบใหม่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง บนช่องทางดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก และปลอดภัย พร้อมสนับสนุนให้คนไทยวางแผนการออมและการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคง โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย (Infinitas by Krungthai) ให้เป็น Thailand Open Digital Platform เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทุกกลุ่มใช้บริการได้ แม้ไม่มีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย พร้อมเปิดกว้างร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับศักยภาพของ Platform ให้สามารถบริการครอบคลุมกิจกรรมในชีวิตของลูกค้าและประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งด้านบริการทางการเงิน สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ รวมถึงการออมและการลงทุน

สำหรับการเสนอขาย หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ครั้งนี้ จะทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้แสนสิริได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเสมอภาค ซื้อขายได้สะดวก รวดเร็ว แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ได้รับหุ้นกู้และได้รับเงินทันที พร้อมทั้งแสดงข้อมูลการถือครองหุ้นกู้ ราคาซื้อขาย ครบจบในที่เดียว ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

“ความร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการปฎิวัติการลงทุนหุ้นกู้ภาคเอกชนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเป็นก้าวสำคัญในการขยายศักยภาพของแอปฯ เป๋าตัง ให้ตอบโจทย์เรื่องการออมและการลงทุนไปอีกขั้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกค้าและประชาชนอย่างยั่งยืนในอนาคต ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG) ในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการนำนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนายกระดับตลาดทุนไทย นำเสนอบริการที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นผลิตภัณฑ์แบบ Scripless ไม่ต้องใช้เอกสาร ลดการเดินทางไปที่สาขา โดยทำรายการบนแอปฯ เป๋าตังได้ทันที ซึ่งเป็นช่องทางที่ประชาชนส่วนใหญ่คุ้นเคยมีผู้ใช้งานกว่า 33 ล้านคน  ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการลงทุนได้ทั่วถึง ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ มีระบบที่โปร่งใส  ปลอดภัย สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน  อีกทั้งยังเป็นไปตามแนวทางเศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ Sharing Economy ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับตราสารหนี้ของประเทศอีกด้วย” นายผยง กล่าว

สำหรับ ผู้ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ สามารถลงทะเบียนวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเปิดจองซื้อพร้อมกันตั้งแต่เวลา 08.30 น. วันที่ 18 มกราคม 2565  จนกว่าจะมีผู้จองซื้อหุ้นกู้เต็มตามจำนวนที่เสนอขาย จองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 1,000 บาทสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษาขั้นตอนการลงทะเบียนจองซื้อหุ้นกู้ กรอกประวัติส่วนตัวและทำ Suitability Test ในแอปฯเป๋าตังและวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ได้ล่วงหน้าก่อนถึงวันซื้อจริง ผ่านwww.krungthai.com/th/krungthai-update/promotion-detail/916 หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้นกู้ได้จากร่างหนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSDE01.aspx?TransID=377535 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. แสนสิริ 1685 หรือติดต่อ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111 หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา.